วันพลัส Nord รุ่นแรกเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วและเป็นรุ่นที่ได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีในตลาดอินเดีย จึงทำให้เป็นเหตุผลที่ทำให้ วันพลัสประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟน OnePlus Nord 2 รุ่นที่ได้รับการพัฒนาและต่อยอดมาจาก วันพลัส Nord รุ่นแรก แถมก่อนหน้านี้ ได้ถูกทดสอบบน Benchmark เรียบร้อยแล้ว ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ตเรือธง Dimensity 1200 ขนาด 6 นาโนเมตร

ทั้งนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนมาใช้เป็นชิปเซ็ตของ MediaTek และ มี RAM 8GB อยู่ในหนึ่งตัวเลือกเหมือนกับ OnePlus Nord รุ่นแรกและยืนยันว่าจะรองรับระบบปฏิบัติการ Android 11
ล่าสุด เว็บไซต์ 91Mobiles และ OnLeaks ได้เผยภาพเรนเดอร์ของ OnePlus Nord 2 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้

จากภาพเรนเดอร์ที่เราเห็นนั้น การออกแบบของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่นั้นมีความเหมือนกับ OnePlus 9 ซะเหลือเกิน มาพร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว วางอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมและวางไฟแฟลช LED ในกรอบด้วยเช่นกัน แต่ยังมีความแตกต่างที่การวางกล้องตัวที่ 3 และไฟแฟลช LED ที่ไม่เหมือนกับ OnePlus 9
ส่วนหน้าจอแสดงผลยังคงได้รับการเจาะรูบนด้านซ้ายของหน้าจอแสดงผลสำหรับวางกล้องหน้า ให้ความละเอียด 32 ล้านพิกเซลและคาดว่าจะรองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล

ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดสเปกที่เผยออกมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ วันพลัส Nord 2 (ชื่อยังไม่เป็นทางการ) มาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวท็อป Dimensity 1200 ของ MediaTek ผลิตบนสถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร, RAM 8GB (ระบุบน Benchmark) และรองรับระบบปฏิบัติการ Android 11 ตั้งแต่แกะกล่อง
หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ จอรีเฟรชเรท 90Hz และกล้องหลังจะให้ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล มาพร้อมเซ็นเซอร์ IMX766 ที่เหมือนกับ วันพลัส 9 และ 9 Pro
โดยกล้องหลัก ให้ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra-wide ให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล + เลนส์ Depth Camera ให้ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

รองรับสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล, RAM 8GB, ROM 128GB, ความจุแบตเตอรี่ 4,500 mAh รองรับชาร์จเร็ว และดูเหมือนว่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญมากในตลาด 5G ที่มาพร้อมกับราคาประหยัดในปี 2021 และเป็นสมาร์ตโฟนที่มีอัตราส่วนหน้าจอต่อเครื่องที่ดีมาก
เชื่อมต่อ 5G, 4G LTE, Wi-Fi แบบ Dual band, Bluetooth, GPS และพอร์ต USB-C นอกจากนี้ วันพลัส Nord 2 จะยังคงรักษาราคาที่ย่อมเยา อาจจะมีราคาขายเพียง 2,000 หยวน หรือประมาณ 9,700 บาท (สำหรับตลาดจีน) และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจจะเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดในเดือนกรกฎาคม